วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

คุณประโยชน์ของผักแต่ละชนิด




1 สะเดา (Neem tree)
มีเบต้าแคโรทีนสูง บำรุงสายตา เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้นอนหลับ

2 ผักกาดขาว (Chinese white cabbage)
ช่วยระบบย่อยอาหาร ขับปัสสาวะ แก้ไอ มีโฟเลทสูง บำรุงคุณแม่ตั้งครรภ์

3 ต้นหอม (Shallot)
มีน้ำมันหอมระเหย บรรเทาอาการหวัด มีสารฟลาโวนอยด์ต้านมะเร็ง

4 แครอท (Carrot)
เบต้าแคโรทีนป้องกันโรคมะเร็ง มีแคลเซียม แพคเตท ลดระดับ คลอเลสเตอรอลได้

5 หอมหัวใหญ่ (Onion)
มีสารฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการของโรคหัวใจ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

6 คะน้า (Chinese kale)
มีแคลเซียมและสารต้านอนุมูลอิสระสูง ป้องกันโรคกระดูกพรุน และมะเร็ง

7 พริก (Chilli)
มีแคปไซซินกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด ช่วยให้เจริญอาหาร ขับเหงื่อ

8 กระเจี๊ยบเขียว (Okra)
ลดความดันโลหิต บำรุงสมอง ลดอาการกระเพาะหรือลำไส้อักเสบ

9 ผักกระเฉด(Water mimosa)
ดับพิษไข้ กากใยช่วยระบบขับของเสีย เพิ่มการเผาผลาญสารอาหาร

10 ตำลึง (Ivy gourd)
มีวิตามินเอสูง ดีต่อดวงตา เส้นใยจับไนเตรต ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร

11 มะระ (Chinese bitter cucumber)
มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เป็นยาระบายอ่อน ๆ น้ำคั้นลดระดับน้ำตาลในเลือด

12 ผักบุ้ง (Water spinach)
บรรเทาอาการร้อนใน มีวิตามินเอบำรุงสายตา ธาตุเหล็กบำรุงเลือด

13 ขึ้นฉ่าย (Celery)
กลิ่นหอม ช่วยเจริญอาหาร มีวิตามินเอ บี และซี บำรุงสมอง ป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด

14 เห็ด (Mushroom)
แคลอรีน้อย ไขมันต่ำ มีวิตามินดีสูง ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม เสริมกระดูกและฟัน

15 บัวบก (Indian pennywort)
มีวิตามินบีสูง ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บำรุงสมองและความจำ บำรุงผิวพรรณ ลดอาการอักเสบ

16 สะระแหน่ (Kitchen mint)
กลิ่นหอมเย็นของใบให้ความสดชื่น ทำให้ความคิดแจ่มใส แก้ปวดหัว

17 ชะพลู (Cha-plu)
รสชาติเผ็ดเล็กน้อย แก้จุกเสียด ขับเสมหะ มีแคลเซียมสูง

18 ชะอม (Cha-om)
ช่วยลดความร้อนในร่างกาย ขับลมในลำไส้ มีเส้นใยคอยจับ อนุมูลอิสระ

19 หัวปลี (Banana flower)
รสฝาด แก้ร้อนใน กระหายน้ำ และบำรุงน้ำนม มีกากใย โปรตีน และวิตามินซีสูง

20 กระเทียม (Garlic)
ลดไขมันในเลือด ป้องกันหัวใจขาดเลือด ใบกระเทียมมีโฟเลท เหล็ก วิตามินซีสูง

21 โหระพา (Sweet basil)
น้ำมันหอมระเหยทำให้โล่งจมูก ช่วยระบายลม มีเบต้าแคโรทีน แคลเซียม

22 ขิง (Ginger)
บรรเทาอาการหวัดเย็น ลดอาการคัดจมูก รสเผ็ดร้อน แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ

23 ข่า (Galangal)
น้ำมันหอมระเหย ช่วยระบบย่อยอาหารขับลม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อรา

24 กระชาย (Wild ginger)
บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ มีวิตามินเอและแคลเซียม

25 ถั่วพู (Winged bean)
ให้คุณค่าทางอาหารสูง มีโปรตีน แคลเซียม ฟอสฟอรัส และสาร ช่วยย่อยกรดไขมันอิ่มตัว

26 ดอกขจร (Cowslip creeper)
กระตุ้นให้รู้รสอาหาร ให้พลังงานสูง ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน

27 ถั่วฝักยาว (Long bean)
มีเส้นใย ช่วยลดคอเลสเตอรอล มีวิตามินซี ช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็ก บำรุงเลือด

28 มะเขือเทศ (Tomato)
มีวิตามินเอสูง วิตามินซี รสเปรี้ยว ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย และแก้อาการคอแห้ง

29 กะหล่ำปลี (White cabbage)
มีกลูโคซิโนเลท เมื่อแตกตัวจะเป็นสารต้านมะเร็ง และมีวิตามินซีสูง

30 มะเขือพวง (Plate brush eggplant)
ช่วยให้เจริญอาหารและช่วยลดความดันเลือด มีแคลเซียม และฟอสฟอรัส

31 ผักชี (Chinese paraley)
ขับลม บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร มีน้ำมันหอมระเหย แก้หวัด มีวิตามินเอและซีสูง

32 กุยช่าย (Flowering chives)
มีกากใยช่วยระบายของเสีย มีธาตุเหล็กช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง

33 ผักกาดหัว (Chinese radish)
แก้ไอ ขับเสมหะ เพิ่มภูมิต้านทางโรค มีสารช่วยให้กระเพาะอาหารและลำไส้บีบตัวได้ดี

34 กะเพรา (Holy basil)
แก้อาการจุกเสียดแน่นท้อง มีเบต้าแคโรทีนสูง ป้องกันโรคมะเร็ง และโรคหัวใจขาดเลือดได้

35 แมงลัก (Hairy basil)
ช่วยย่อยอาหาร ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ขับลม ขับเหงื่อ

36 ดอกแค (Sesbania)
กินแก้ไขช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง เป็นยาระบายอ่อน ๆ มีวิตามินเอสูง บำรุงสายตา

การแก้ปัญหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์








กำลังไฟ

ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้ สาเหตุ : ไม่ได้ต่อคอมพิวเตอร์ลงเต้าเสียบที่ด้านหลัง การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าสายไฟนั้นเสียบอยู่ที่เต้าเสียบไปบนฝาผนัง และไฟ AC บนฝาผนังที่ลงสายกราวนด์ของคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนา
ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้ สาเหตุุ : คอมพิวเตอร์อาจอยูในโหมด Sleep การแก้ปัญหา :ตรวจสอบว่าปุ่ม เปิดเครื่องด่วน นั้นสว่างอยู่ และมีไฟสีเหลืองอำพัน ถ้าเป็นเช่นนั้น ให้กดปุ่มดังกล่าวเพื่อออกจากโหมด Sleep

ฮาร์ดดิสก์

ปัญหา : ข้อความแสดงการผิดพลาดเกี่ยวกับดิสก์ที่ไม่สามารถบูตได้ สาเหตุ : คอมพิวเตอร์พยายามเริ่มระบบจากดิสเก็ตต์ที่ไม่มีซอฟต์แวร์ สำหรับเริ่มระบบ การแก้ปัญหา : นำแผ่นดิสเก็ตต์ออกจากไดรฟ์เมื่อไฟแสดงสถานะบนไดรฟ์ดับ แลว้ทำต่อๆ ไป โดยการกดคีย์ใด ๆ บนแป้นพิมพ์
ปัญหา : การทำงานของฮาร์ดไดรฟ์ช้าลง สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ อาจอยู่กระจัดกระจาย การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter เพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้ คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter
ปัญหา : ไฟแสดงการทำงานของฮาร์ดไดรฟ์สว่างแต่ไม่กระพริบ สาเหตุ : ไฟล์ข้อมูลที่เก็บอยู่บนฮาร์ดดิสก์ของคุณ อาจจะเสียหาย การแก้ปัญหา : ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter และเพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter6 จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter

ซีดีรอม

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้ สาเหตุ : ไม่ได้วางซีดีในไดรฟ์ในตำแหน่งที่ถูกต้อง การแก้ปัญหา : ถ้าคุณมีซีดีไดรฟ์แบบโหลดด้วยถาด ให้กดปุ่มนำแผ่นซีดีออก แล้วค่อย ๆ กดแผ่นซีดีลงในตำแหน่ง ที่เหมาะสมจากนั้นโหลดแผ่นเข้าไปใหม่
ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้ สาเหตุ : ระบบไม่รู้จักซีดีไดรฟ์ การแก้ปัญหา : ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วคอยอย่างน้อย 30 วินาที จากนั้นเปิดคอมพิวเตอร์ ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้ สาเหตุ : ใส่แผ่นซีดีกลับข้าง การแก้ปัญหา : นำแผ่นซีดีออก แล้วพลิกแผ่นซีดีกลับ จากนั้นโหลดเข้าไปใหม่
ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่สามารถอ่านแผ่นซีดีได้ สาเหตุ : แผ่นซีดีสกปรก การแก้ปัญหา : ทำความสะอาดแผ่นซีดีด้วยชุดทำความสะอาด

ดิสก์เก็ต

ปัญหา : ไฟแสดงสถานะของดิสเก็ตต์สว่างอยู่ สาเหตุ : มีการใส่แผ่นดิสเก็ตต์อย่างไม่เหมาะสม การแก้ปัญหา : นำแผ่นดิสเก็ตต์ออก แล้วใส่เข้าไปใหม่แผ่นดิสเก็ตต์เกิดความเสียหาย ใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น หรือตรวจสอบแผ่นดิสเก็ตต์โดยการรันโปรแกรม ScanDisk และเพื่อที่จะรันโปรแกรม ScanDisk จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จาก นั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ ScanDisk ซอฟต์แวร์
ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้ สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ยังไม่ได้ฟอร์แมต การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นดิสเก็ตต์
ปัญหา : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถเขียนลงแผ่นดิสเก็ตต์ได้ สาเหตุ : ดิสเก็ตต์ไดรฟ์มีการป้องกันการเขียน (Write-Protected) การแก้ปัญหา : ยกเลิกการป้องกันการเขียน หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอี่นที่ไม่มีการป้องกันการ เขียน และเพื่อที่จะยกเลิกการป้องกันการเขียน ให้เลื่อนแผ่นสีดำที่ด้านหลังของแผ่นดิสเก็ตต์เพื่อปิดรู
ปัญหา : การเขียนข้อมูลลงไดรฟ์ที่ไม่ถูกต้อง สาเหตุ : ตรวจสอบตัวอักษรของไดรฟ์ในสเตทเมนท์ของพาธ การแก้ปัญหา : พรอมต์ A:\> แสดงว่าเรากำลังทำงานจากไดรฟ์ A ส่วนพรอมต์ C:\> แสดงว่าเรากำลังทำงานจากฮาร์ดไดรฟ์
ปัญหา : ไม่มีเนื้อที่เพียงพอบนแผ่นดิสเก็ตต์ ดิสเก็ตต์ออก หรือใช้ดิสเก็ตต์แผ่นอื่น สาเหตุ : ลบข้อมูลบางส่วนที่เก็บอยู่บนแผ่น การแก้ปัญหา : ระมัดระวังอย่าลบข้อมูลสำคัญที่เก็บอยู่บนแผ่นดิสเก็ตต์โดยบังเอิญ
ปัญหา : ดิสก์เก็ตต์ไดรฟ์ไม่สามารถอ่านแผ่นดิสเก็ตต์ สาเหตุ : แผ่นดิสเก็ตต์ ยังไม่ได้ฟอร์แมต การแก้ปัญหา : ให้ฟอร์แมตแผ่นฮาร์ดแวร์
ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์ สาเหตุ : ไม่ได้ตั้งค่าคอนฟิกคอมพิวเตอร์ของคุณหลังจากติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ การแก้ปัญหา : ถ้าเป็นอุปกรณ์แบบพลักแอนด์เฟลย์ วินโดวส์จะรู้จักอุปกรณ์นั้นและตั้งค่า คอนฟิกให้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ใช่พลักแอนด์ใ ห้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับอุปกรณ์สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งค่าคอนฟิก
ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์ สาเหตุ : สายเคเบิลที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่เข้ากับคอมพิวเตอร์นั้นหลวม หรือยังไม่ได้เสียบสายไฟของอุปกรณ์ การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูว่าอุปกรณ์นั้นต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนา
ปัญหา: คอมพิวเตอร์ไม่รู้จักอุปกรณ์ใหม่ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์ สาเหตุ : เมื่อคอมพิวเตอร์แนะนำคุณให้เปลี่ยนแปลงค่าคอนฟิเกอเรชันของระบบ การแก้ปัญหา : ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดใหม่อีกครั้ง คุณจะเห็นข้อคุณไม่ได้ยอมรับการ เปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

จอภาพ

ปัญหา : อักษรต่าง ๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอมืดมัว สาเหตุ : ไม่ได้ปรับตัวควบคุมความสว่างอย่างเหมาะสม การแก้ปัญหา : ปรับตัวควบคุมความสว่างที่อยู่บนหน้าจอ
ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า สาเหตุ : สายเคเบิลที่ต่อเชื่อมจอภาพเข้ากับ คอมพิวเตอร์นั้นหลวมยังหรือไม่ได้เสียบสายจอภาพ การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูให้แน่ใจว่าช่องเสียบจอภาพนั้นเชื่อมต่ออยู่กับ คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมและแน่นพอ
ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า สาเหตุ : คุณได้ติดตั้งยูทิลิตีที่ทำให้หน้าจอว่างเปล่า การแก้ปัญหา : กดคีย์ใด ๆ หรือเคลื่อนไหวเมาส์ หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ปัญหา :หน้าจอว่างเปล่า สาเหตุ : คอมพิวเตอร์อยู่ในโหมด Sleep การแก้ปัญหา : กดปุ่ม เปิดเครื่องด่วน หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
ปัญหา : จอภาพร้อนเกินไป สาเหตุ : พื้นที่สำหรับระบายอากาศไม่เพียงพอให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก การแก้ปัญหา : เว้นพื้นที่ให้มีข้องระบายอากาศอย่างน้อย 3 นิ้ว (7.6 ซม.) ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มี อะไรปิดอยู่ด้านบนของจอภาพที่ขัดขวางการหมุนเวียนของอากาศ

เมาส์

ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว สาเหตุ : สายเมาส์เสียบไม่แน่นหนาในช่องเสียบที่ถูกต้อง ซึ่งอยู่ด้านหลังของคอมพิวเตอร์ การแก้ปัญหา : ตรวจสอบและเสียบสายเมาส์ให้แน่น
ปัญหา : เมาส์ไม่ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหว สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ หรือ ติดตั้งไดรเวอร์ที่ไม่ถูกต้อง การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ติดตั้งไดรเวอร์ของเมาส์ที่ถูกต้อง จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ให้คลิกที่ปุ่ม Start จากนั้น ชี้ไปที่ Settings แล้วคลิกที่ Control Panel เมื่อเห็นหน้าต่าง Control Panel ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Mouse แล้วคลิกที่แท็บ General

เครื่องพิมพ์

สาเหตุ : ไม่ได้เสียบสายไฟของเครื่องพิมพ์ หรือไม่ได้เสียบสายเคเบิลของเครื่องพิมพ์ การแก้ปัญหา : ตรวจสอบปลายทั้งสองด้านของเครื่องพิมพ์ และสายไฟของเครื่องพิมพ์ว่ามีการเชื่อมต่ออย่างเหมาะสมหรือไม่ อย่างถูกต้องและแน่นหนา
ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์ สาเหตุ : ไม่ได้เปิดเครื่องพิมพ์ การแก้ปัญหา : เปิดเครื่องพิมพ์
ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์ สาเหตุ : เครื่องพิมพ์ไม่ได้อยู่ในโหมด ออนไลน์ การแก้ปัญหา : ตั้งค่าเครื่องพิมพ์ให้อยู่ในโหมดออนไลน์ เครื่องพิมพ์บางเครื่องมีปุ่มหรือ ตัวควบคุมอยู่บนแผงด้านหน้าสำหรับเปลี่ยนไปมาระหว่างโหมดออนไลน์และโหมดออฟไลน์ ถ้าเครื่องพิมพ์มีปุ่มหรือสวิตช์ ออนไลน์/ออฟไลน์ ให้เลือก ออนไลน์
ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งหรือเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่ามีการติดตั้งและเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง ไดรเวอร์ที่ถูกต้องของเครื่องพิมพ์มักจะระบุโดยชื่อของเครื่องพิมพ์
ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ สาเหตุ : สายไฟของเครื่องพิมพ์ไม่ได้เชื่อมต่ออย่างเหมาะสม การแก้ปัญหา :ให้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ แล้วเชื่อมต่อสายไฟใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ความจำ - - - - - >

หน่วยความจำ

ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้ สาเหตุ : คอมพิวเตอร์โมดูลหน่วยความจำผิดชนิด การแก้ปัญหา : การใช้โมดูลหน่วยความจำอื่นอาจมีผลทำให้การเริ่มระบบยากขึ้นเมื่อคุณอัปเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณจะต้องใช้หน่วยความจำ EDO 60 นาโนวินาที
ปัญหา : หน่วยความจำไม่เพียงพอที่จะรันโปรแกรม สาเหตุ : หน่วยความจำไม่ได้รับการตั้งค่าคอนฟิกอย่างเหมาะสมสำหรับโปรแกรม การแก้ปัญหา : โปรแกรมจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำจำนวนหนึ่งในการรัน ปิดโปรแกรม ใด ๆ ที่กำลังใช้อยู่เพื่อที่จะดูว่าโปรแกรมดังกล่าวจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำเท่าใด ให้อ่าน เอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมนั้น
ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า out of memory สาเหตุ : ค่าคอนฟิเกอเรชันของหน่วยความจำตั้งค่าที่ไม่ถูกต้อง , หน่วยความจำไม่พอในการรัน การแก้ปัญหา : ปิดโปรแกรมที่คุณกำลังใช้อยู่ อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมเพื่อดูข้อกำหนดเกี่ยวกับหน่วยความจำ คุณอาจต้องซื้อและติดตั้งหน่วยความจำเพิ่มเติม
ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า Insufficient memory สาเหตุ : หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์เหลือไม่เพียงพอที่จะรัน โปรแกรม การแก้ปัญหา :โปรแกรมบางอย่างจะแอกทีฟอยู่ในแบ็กกราวนด์เมื่อเราเปิดขึ้นมา โปรแกรมเหล่านี้ใช้หน่วยความจำบางส่วนถึงแม้ว่าจะรันอยูในแบ็กกราวด์ก็ตาม

แฟกซ์/โมเดม

ปัญหา : แฟกซ์/โมเด็มไม่ตอบสนองต่อซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็ม สาเหตุ : ไม่ได้ต่อแฟกซ์/โมเด็มอยู่อย่างเหมาะสม การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ต่อแฟกซ์/โมเด็มไว้อย่างแน่นหนา และสายโทรศัพท์ เสียบอยู่ที่เต้าเสียบที่ฝาผนังอย่างแน่นหนา
ปัญหา : แฟกซ์/โมเด็มไม่ตอบสนองต่อซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็ม สาเหตุ : มีการกำหนดอุปกรณ์มากกว่า 1 ตัวให้กับพอร์ตอนุกรม การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีอุปกรณ์อื่นใช้พอร์ตอนุกรมเดียวกับแฟกซ์/โมเด็ม
ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก สาเหตุ : แฟกซ์/โมเด็มอาจจะเกิความขัดแย้งกับโปรแกรมอื่น การแก้ปัญหา : โปรแกรมบางอันอาจจะขัดแย้งกับซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็มในตัวของคอมพิวเตอร์ให้ออกจากโปรแกรมใด ๆ ที่คุณกำลังรัน แต่ไม่ได้ใช้งานอยู่
ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก สาเหตุ : เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นวางหู การแก้ปัญหา :หมุนหมายเลขแฟกซ์ใหม่สายโทรศัพท์มี
ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก สาเหตุ : เสียงดังมาก และการโทรศัพท์ถูกตัด การแก้ปัญหา : หมุนหมายเลขแฟกซ์ใหม่ ถ้าปัญหายังคงเกิดอยู่ ให้ตรวจสอบกับ องค์การ โทรศัพท์โดยปกติจะมีฟิลเตอร์ให้มาเพื่อช่วยลดเสียงรบกวนในสาย นอกจากนั้น ให้ตรวจสอบการเชื่อมต่อโทรศัพท์ และแฟกซ์/โมเด็ม ถ้าสายที่ต่ออยู่หลวม แม้ว่าเล็กน้อย ก็อาจจะก่อให้เกิดเสียงรบกวนในสายได้
ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก สาเหตุ : คุณมีสายเรียกซ้อน (Call Waiting) รออยู่ในสายโทรศัพท์ของคุณ สายเรียกซ้อนเข้ามานี้ จะตัดการเชื่อมต่อของโมเด็ม การแก้ปัญหา : ในบางพื้นที่ บริการับสายเรียกซ้อนสามารถยกเลิกได้โดยการกด *70 ,ก่อนที่จะหมุน
ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก สาเหตุ : โทรศัพท์พ่วงบนสายโทรศัพท์เดียวกัน การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าโทรศัพท์ทั้งหมดที่เชื่อมต่ออยู่กับสายโทรศัพท์เดียวกันกับยกหูขึ้นแฟกซ์/โมเด็มวางอยู่ อย่างเหมาะสม
ปัญหา : ไม่มีเสียงสัญญาณดังขึ้นขณะที่ต่อโมเด็มอยู่ สาเหตุ : คอมพิวเตอร์ใช้โมเด็ม K56flex การแก้ปัญหา : ถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคอมแพครุ่นเพรสซาริโอ 4500 ที่มาพร้อมกับ โมเด็ม K56flex คุณจะไม่ได้ยินสัญญาณใด ๆ ในขณะที่ กำลังเชื่อมต่อโมเด็มข้อมูลเกี่ยวกับ ไวรัสของคอมพิวเตอร์
เสียง - - - - - >

ระบบเสียง

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่มีเสียง สาเหตุ : มีการปิดระบบเสียง การแก้ปัญหา : คลิกที่ไอคอน Speaker บนทาสก์บาร์ของวินโดวส์ เมื่อบ็อกซ์ควบคุมระดับเสียง ปรากฏตรวจดูให้แน่ใจว่าเช็คบ็อกซ์ Mute ไม่มีเครื่องหมายใดอยู่มีการลดระดับเสียงให้เบาเพิ่ม ระดับเสียงโดยการกดปุ่มเพิ่มระดับเสียง (+)ที่ด้านหน้าของคอมพิวเตอร์ลำ โพงไม่ได้รับการ เชื่อมต่ออย่าง ตรวจดูให้แน่ในว่าลำโพงเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แน่นหนาหรือไม่

ไวรัส

"ไวรัสของคอมพิวเตอร์" เป็นรหัสคำสั่งการของซอฟต์แวร์ที่ทำความเสียหายหรือลบข้อมูล ไฟล์ หรือซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะติดไวรัสเมื่อใส่ซอฟต์แวร์หรือไฟล์ที่มีไวรัสลงไปในคอมพิวเตอร์ ดิสเกตต์จากเพื่อน หรือที่ได้มาจากการติดต่อธุรกิจมักจะเป็นแหล่งกำเนิดไวรัส อาการที่บ่งบอกว่าคอมพิวเตอร์ของคุณติดไวรัสมีดังนี้
1. มีตัวอักษรแปลก ๆ หรือข้อความหยาบ ๆ ปรากฎอยู่บนหน้าจอ
2. มีข้อความแสดงการผิดพลาดของฮาร์ดไดรฟ์ หน่วยความจำ หรือซอฟต์แวร์
3. ไฟล์และไดเรคทอรีเกิดความเสียหาย
บริการออนไลน์เชิงพาณิชย์และผู้ผลิตซอฟต์แวร์จะตรวจจับไวรัสอย่างเข้มงวด และมักจะประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใดที่แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์
มีบริษัทมากมายที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ค้นหาและป้องกันไวรัส คุณควรจะมีเวอร์ชันล่าสุดของซอฟต์แวร์เหล่านี้ ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้รับการอัปเดตอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากผู้สร้างและเผยแพร่ไวรัส ซึ่งถือเป็นผู้ที่ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศจะอัปเดตโปรแกรมไวรัสอยู่เป็นประจำด้วยเช่นกัน ให้ถามหาซอฟต์แวร์ค้นหาและป้องกันไวรัสล่าสุดจากร้านค้าคอมพิวเตอร์ใกล้บ้านของคุณ






วิธีการรักษาคอมพิวเตอร์

















คอมพิวเตอร์เมื่อใช้ไประยะหนึ่งจะมีการเสื่อมชำรุดไปตามสภาพระยะเวลาที่ใช้งานผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรเอาใจใส่ดูแลและบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอเพื่อเพิ่มอายุ การใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งจะช่วยให้สามารถ ประหยัดงบประมาณในการซ่อมบำรุงหรือการเปลี่ยนอุปกรณ์ สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมที่คอมพิวเตอร์ของคุณจะทำงานได้ดีนั้นคืออย่างไร เช่น ในห้องคอมพิวเตอร์ของคุณควรจะมีอุณหภูมิสูงเท่าไรมีความชื้นไม่เกินเท่าไร ขีดจำกัดของการทำงานเป็นอย่างไรระยะเวลาในการทำงานของเครื่องเป็นอย่างไรดังนั้นห้องทำงานด้านคอมพิวเตอร์จึงควรเป็นห้องปรับอากาศที่ปราศจากฝุ่นและความชื้น ซอฟแวร์แผ่นดิสก์ที่เก็บซอฟแวร์และไฟล์ข้อมูล หรือสารสนเทศนั้นอาจเสียหายได้ ถ้าหากว่าแผ่นดิสต์ได้รับการขีดข่วนได้รับความร้อนสูงหรือตกกระทบกระแทกแรงๆ สิ่งที่ทำลายซอฟแวร์ได้แก่ ความร้อน ความชื้น ฝุ่น ควัน และการฉีดสเปรย์พวกน้ำยาหรือน้ำหอม ต่าง ๆ เป็นต้น การทำความสะอาดระบบคอมพิวเตอร์
1. ไม่ควรทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ในขณะที่เครื่องยังเปิดอยู่ ถ้าคุณจะทำความ สะอาดเครื่อง ควรปิดเครื่องทิ้งไว้ 5 นาที ก่อนลงมือทำความสะอาด
2. อย่าใช้ผ้าเปียก ผ้าชุ่มน้ำ เช็ดคอมพิวเตอร์อย่างเด็ดขาด ใช้ผ้าแห้งดีกว่า
3. อย่าใช้สบู่ น้ำยาทำความสะอาดใด ๆ กับคอมพิวเตอร์ เพราะจะทำให้ระบบของเครื่อง เกิดความเสียหาย
4. ไม่ควรฉีดสเปรย์ใด ๆ ไปที่คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ และอุปกรณ์ต่าง ๆ
5. ไม่ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นกับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ
6. ถ้าคุณจำเป็นต้องทำความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร์ โปรดใช้อุปกรณ์ทำความสะอาด ที่คู่มือแนะนำไว้เท่านั้น
7. ไม่ควรดื่มน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มต่าง ๆ ในขณะที่ใช้คอมพิวเตอร์
8. ไม่ควรกินของคบเคี้ยวหรืออาหารใด ๆ ขณะทำงานด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์
สาเหตุที่ทำให้เครื่องพีซีเกิดความเสียหาย
ความร้อน
ความร้อนที่เป็นสาเหตุทำให้คอมพิวเตอร์มีปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความร้อนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์เองวิธีแก้ปัญหาคือจะต้องรีบระบายความร้อนที่เกิดจากอุปกรณืต่างๆ ออกไปให้เร็วที่สุด
วิธีแก้ปัญหา • พัดลมระบายความร้อนทุกตัวในระบบต้องอยู่ในสภาพดี 100 เปอร์เซนต์ อุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุดควรจะอยู่ระหว่าง 60-70 องศาฟาเรนไฮต์ • ใช้เพาเวอร์ซัพพลาย ในขนาดที่ถูกต้อง • ใช้งานเครื่องในย่านอุณหภูมิที่ปลอดภัย อย่าตั้งอยู่ในบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงเป็นเวลานานๆ
ฝุ่นผง
เป็นที่ทราบกันดีว่าในอากาศมีฝุ่นผงกระจัดกระจายอยู่ในทุกๆที่ฝุ่นผงที่เกาะติดอยู่บนแผงวงจรของคอมพิวเตอร์ทำหน้าที่เสมือนฉนวนป้องกันความร้อน ทำให้ความร้อนที่เกิดขึ้นในระบบไม่สามารถระบายออกสู่สภาพแวดล้อมภายนอกนอกจากนี้อาจไปอุดตันช่องระบายอากาศของเพาเวอร์ซัพพลายหรือฮาร์ดดิสค์หรืออาจเข้าไปอยู่ระหว่างแผ่นดิสค์กับหัวอ่าน ทำให้แผ่นดิสค์หรือหัวอ่านเกิดความเสียหายได้
วิธีแก้ไข • ควรทำความสะอาดภายในเครื่องทุก 6 เดือน หรือทุกครั้งที่ถอดฝาครอบ • ตัวถัง หรือ ชิ้นส่วนภายนอกอาจใช้สเปรย์ทำความสะอาด • วงจรภายในให้ใช้ลมเป่าและใช้แปรงขนอ่อนๆ ปัดฝุ่นออก • อย่าสูบบุหรี่ใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์
สนามแม่เหล็ก
แม่เหล็กสามารถทำให้ข้อมูลในแผ่นดิสก์หรือฮาร์ดดิสก็สูญหายได้อย่างถาวรแหล่งที่ให้กำเนิดสนามแม่เหล็กในสำนักงานมีอยู่มากมาหลายประเภท อาทิเช่น • แม่เหล็กติดกระดาาบันทึกบนตู้เก็บแฟ้ม • คลิปแขวนกระดาษแบบแม่เหล็ก • ไขควงหัวแม่เหล็ก • ลำโพง • มอเตอร์ในพรินเตอร์ • UPS
วิธีแก้ไข • ควรโยกย้ายอุปกรณ์ที่มีกำลังแม่เหล็กมากๆ ให้ห่างจากระบบคอมพิวเตอร์
สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้า
สัญญาณรบกวนในสายไฟฟ้ามีหลายลักษณะ อาทิเช่น • แรงดันเกิน • แรงดันตก • ทรานเชียนต์ • ไฟกระเพื่อม
แรงดันเกิน ในกรณีที่เครื่องของท่านได้รับแรงดันไฟฟ้าเกินจากปกติเป็นเวลานานกว่า วินาที จะมีผลทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในเครื่องเกิดความเสียหายได้
แรงดันตก ในกรณีที่มีการใช้ไฟฟ้ากันมากเกินความสามารถในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าจะมีผลทำให้เกิดเหตุการณืไฟตกได้ไฟตกอาจทำให้การทำงานของเพาเวอร์ซัพพลายผิดพลาดได้เนื่องจากเพาเวอร์ซัพพลายพยายามจ่ายพลังงานให้กับวงจรอย่างสม่ำเสมอโดยไปเพิ่มกระแส แต่การเพิ่มกระแสทำให้ตัวนำเพาเวอร์ซัพพลายและอุปกรณ์ต่างๆร้อนขึ้น ซึ่งมีผลทำให้อุปกรณ์ต่างๆ เกิดความเสียหายได้
ทรานเชียนต์ ทรานเชียนต์หมายถึง การที่ไฟฟ้ามีแรงดันสุง(sags)หรือต่ำกว่าปกติ(surge)ในช่วงระยะเวลาสั้นๆทรานเชียนต์ที่เกิดในบางครั้งจะมีความถี่สูงมากจนกระทั่งสามารถ เคลื่อนที่ผ่านตัวเก็บประจุไฟฟ้าในเพาเวอร์ซัพพลาย เข้าไปทำความเสียหายให้แก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้
ไฟกระเพื่อม ทุกครั้งที่ท่านเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าจะทำให้กำลังไฟเกิดการกระเพื่อมเครื่องใช้ไฟฟ้ที่ต้องการกระแสไฟฟ้ามากๆก็จะทำให้ความแรงของการกระเพื่อมมีค่ามากตามไปด้วย จากการศึกษาพบว่าการเปิดใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละครั้งจะทำให้เกิดการกระเพื่อมภายในเสี้ยววินาทีการกระเพื่อมจะมีผลต่อทุกๆส่วนภายในตัวเครื่อง รวมทั้งหัวอ่านข้อมูลของฮาร์ดดิสค์ด้วย
วิธีแก้ไข • ในกรณีไฟเกิน ไฟตก และทรานเชียนต์ แก้ไขได้โดยการใช้เครื่องควบคุมกระแสไฟฟ้า หรือ ที่เรียกว่า Stabilizer • ส่วนไปกระเพื่อม แก้ได้โดยการลดจำนวนครั้งในการปิดเปิดเครื่อง
ไฟฟ้าสถิตย์
ไฟฟ้าสถิตย์สามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาลแต่ในสภาวะที่อากาศแห้งจะส่งผลให้ความเป็นฉนวนไฟฟ้าสูงประจุของไฟฟ้าสถิตย์จะสะสมอยู่เป็นจำนวนมากและหาทางวิ่งผ่านตัวนำไปยังบริเวณที่มีศักย์ไฟฟ้าต่ำกว่าดังนั้นเมื่อท่านไปจับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประจุของไฟฟ้าสถิตย์จากตัวท่านจะวิ่งไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้นทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหายได้ แต่ในสภาวะที่มีความชื้นสูง ไฟฟ้าสถิตย์ที่เกิดขึ้นจะรั่วไหลหายไปในระยะเวลาอันสั้น
วิธีแก้ไข • ควรทำการคายประจุไฟฟ้าสถิตย์ ด้วยการจับต้องโลหะอื่นที่ไม่ใช้ตัวถังเครื่องคอมพิวเตอร์ ก่อนจะสัมผัสอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์
น้ำและสนิม
น้ำและสนิมเป็นศัตรูตัวร้ายของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดสนิมที่พบในเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์มักจะเกิดจากการรั่วซึมของแบตเตอรี่บนเมนบอร์ดซึ่งถ้าเกิดปัญหานี้ขึ้น นั่นหมายความว่าท่านจะต้องควักกระเป๋าซื้อเมนบอร์ดตัวใหม่มาทดแทนตัวเก่าที่ต้องทิ้งลงถังขยะสถานเดียว
วิธีแก้ไข • หลีกเลี่ยงการนำของเหลวทุกชนิดมาวางบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ของท่าน • กรณีการรั่วซึมของแบตเตอรี่ แก้ไขได้โดยการเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ เมื่อเครื่องของท่านมีอายุการใช้งานได้ประมาณ 1-2 ปี เป็นต้นไป
การบำรุงรักษาตัวเครื่องทั่วๆไป • เครื่องจ่ายไฟสำรอง (UPS) ถ้ามีงบประมาณเพียงพอควรติดตั้งร่วมกับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ด้วยเพราะ UPS จะช่วยป้องกันและแก้ปัญหาทางไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นไฟตก ไฟเกิน หรือไฟกระชาก อันเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดความเสียหายของข้อมูลและชิ้นส่วนอื่นๆ • การติดตั้งตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ควรติดตั้งในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศหรือถ้ามีไม่มีเครืองปรับอากาศควรเลือกห้องที่ปลอดฝุ่นมากที่สุดและการติดตั้งตัวเครื่อง ควรจากผนังพอสมควรเพื่อการระบายความร้อนที่ดี • การต่อสาย Cable ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆเช่น Printer Modem Fax หรือส่วนอื่นๆจะต้องกระทำเมื่อ power off เท่านั้น • อย่าปิด - เปิดเครื่องบ่อยๆ เกินความจำเป็น เพราะจะทำให้เกิดความเสียหายแก่โปรแกรมที่กำลังทำงานอยู่ • ไม่เคลื่อนย้ายเครื่องคอมพิวเตอร์ขณะที่เครื่องทำงานอยู่ เพราะจะทำให้อุปกรณ์บางตัวเกิดความเสียหายได้ • อย่าเปิดฝาเครื่องขณะใช้งานอยู่ ถ้าต้องการเปิดต้อง power off และถอดปลั๊กไฟก่อน • ควรศึกษาจากคู่มือก่อนหรือการอบรมการใช้งาน Software ก่อนการใช้งาน • ตัวถังภายนอกของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบของเหล็กกับพลาสติกเมื่อใช้นานๆจะมีฝุ่นและคราบรอยนิ้วมือมาติดทำให้ดูไม่สวยงามและถ้าปล่อยไว้นานๆจะทำความสะอาดยากจึงควรทำความสะอาดบ่อยๆอย่างน้อย1-2เดือนต่อครั้งโดยใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดที่ตัวเครื่อง หรือใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่อง
คอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ และที่สำคัญคือ ควรใช้ผ้าคลุมเครื่องให้เรียบร้อยหลังเลิกใช้งานทุกครั้งเพื่อป้องกันฝุ่นผงต่างๆ
การบำรุงรักษา Hard Disk
ฮาร์ดดิสก์เป็นอุปกรณ์ที่มีอายุยืนมากยากจะบำรุงรักษาด้วยตัวเอง ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายซึ่งควรปฏิบัติดังต่อไปนี้ • การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ควรติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์โดยให้ด้านหลังของตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ห่างจากฝาผนังไม่น้อยกว่า 3 นิ้ว เพื่อการระบายความร้อน เป็นอย่างปกติไม่ทำให้เครื่องร้อนได้ • ควรเลือกใช้โตีะทำงานที่แข็งแรงป้องกันการโยกไปมาเพราะทำให้หัวอ่านของฮาร์ดดิสก์ถูกกระทบกระเทือนได้ • ควรมีการตรวจสอบสถานภาพของ Hard Disk ด้วยโปรแกรม Utility ต่างๆว่ายังสามารถใช้งานได้ครบ 100 % หรือมีส่วนใดของ Hard Disk ที่ใช้งานไม่ได้
การบำรุงรักษา Disk Drive
ช่องอ่านดิสก์เมื่อทำงานไปนานๆหัวอ่านแผ่นดิสก์อาจจะเสื่อมสภาพไปได้ หัวอ่านดิสก์เกิดความสกปรกเน่องจากมีฝุ่นละอองเข้าไปเกาะที่หัวอ่านหรือเกิดจากความสกปรกของแผ่นดิสก์ที่มีฝุ่น หรือคราบไขมันจากมือ ผลที่เกิดขึ้นทำให้การบันทึก หรืออ่านข้อมูลจากแผ่นดิสก์ไม่สามารถดำเนินการได้
การดูแลรักษา Disk Drive ควรปฏิบัติดังนี้ • เลือกใช้แผ่นดิสก์ที่สะอาดคือไม่มีคราบฝุ่น ไขมัน หรือรอยขูดขีดใดๆ • ใช้น้ำยาล้างหัวอ่านดิสก์ทุกๆเดือน • หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นดิสก์เก่าที่เก็บไว้นานๆ เพราะจะทำให้หัวอ่าน Disk Drive สกปรกได้ง่าย
การบำรุงรักษา Monitor
ในส่วนของจอภาพนั้นอาจเสียหายได้เช่น ภาพอาการเลื่อนไหลภาพล้ม ภาพเต้นหรือไม่มีภาพเลย ซึ่งความเสียหายดังกล่าวจะต้องให้ช่างเท่านั้นเป็นผู้แก้ไขผู้ใช้คอมพิวเคอร์ควรระมัดระวัง โดยปฏิบัติดังนี้ • อย่าให้วัตถุหรือน้ำไปกระทบหน้าจอคอมพิวเตอร์ • ควรเปิดไฟที่จอก่อนที่สวิซไฟที่ CPU เพื่อ boot เครื่อง • ไม่ควรปิดๆ เปิดๆ เครื่องติดๆกัน เมื่อปิดเครื่องแล้วทิ้งระยะไว้เล็กน้อยก่อนเปิดใหม่ • ควรปรับความสว่างของจอภาพให้เหมาะสมกับสภาพของห้องทำงาน เพราะถ้าสว่างมากเกินไปย่อมทำให้จอภาพอายุสั้นลง • อย่าเปิดฝาหลัง Monitor ซ่อมเอง เพราะจะเป็นอันตรายจากกระแสไฟฟ้าแรงสูง • เมื่อมีการเปิดจอภาพทิ้งไว้นานๆ ควรจะมีการเรียกโปรแกมถนอมจอภาพ (Screen Sever) ขึ้นมาทำงานเพื่อยืดอายุการใช้งานของจอภาพ
การบำรุงรักษา Inkjet & Dotmatrix Printer
เครื่องพิมพ์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับแสดงผล รายงาน ของข้อมูลต่างๆทางกระดาษ การที่จะใช้เครื่องพิมพ์ทำงานได้เป็นปกติผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรหมั่นดูแลรักษาดังนี้ •รักษาความสะอาดโดยดูดฝุ่นเศษกระดาษที่ติดอยู่ในเครื่องพิมพ์ทุกเดือนหรือใช้แปรงขนนุ่มปัดฝุ่นเศษกระดาษออกจากเครื่องพิมพ์อย่าใช้แปรงชนิดแข็งเพราะอาจทำให้เครื่องเป็นรอยได้ • ถ้าตัวเครื่องพิมพ์มีความสกปรกอาจ ใช้ผ้านุ่มหรือฟองน้ำชุบน้ำยาทำความสะอาดเครื่องใช้สำนักงานเช็ดถูส่วนที่เปนพลาสติกแต่ต้อง
ระมัดระวังอย่าใช้น้ำเข้าตัวเครื่อง พิมพ์ได้ และควร หลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันหล่อลื่นทุกชนิด ในตัวเครื่องเพราะอาจทำให้ระบบกลไกเสียหายได้ • ก่อนพิมพ์ทุกครั้งควรปรับความแรง ของหัวเข็มให้พอเหมาะกับความหนาของกระดาษ • ระหว่างพิมพ์ควรระวังหัวพิมพ์จะติดกระดาษ เช่น การพิมพ์ซองจดหมาย หรือกระดาษที่มีความหนาหรือบางเกินไป • อย่าถอดหรือเสียบสาย Cable ในขณะที่เครื่องพิมพ์ หรือเครื่องคอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่ • ไม่ควรพิมพ์กระดาษติดต่อกันนานเกินไปเพราะอาจทำให้หัวอ่านร้อนมากทำให้เครื่องชะงักหยุดพิมพ์กระดาษ • เมื่อเลิกพิมพ์งานควรนำกระดาษออกจากถาดกระดาษ และช่องนำกระดาษ •ไม่ควรใช้กระดาษไข(Stencil Paper)แบบธรรมดากับเครื่องพิมพ์ประเภทแบบกระแทก(Dotmatrix Printer)เนื่องจากเศษของกระดาษไขอาจจะไปอุดตันเข็มพิมพ์ อาจทำให้เข็มพิมพ์อาจหักได้ควรใช้กระดาษไขสำหรับเครื่องพิมพ์แทนเพื่อป้องกันการชำรุดของเฟืองที่ใช้หมุนกระดาษ
การบำรุงรักษา Laser Printer
Laser Printer เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถพิมพ์ภาพได้อย่างคมชัดมากมีความละเอียดสวยงาม แต่ราคาค่อนข้างสูงผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงควรระมัดระวังในการใช้งานแม้ว่าโอกาสจะเสียหายมีน้อยก็ตาม ข้อควรปฏิบัติดังนี้ • การเลือกใช้กระดาษไม่ควรใช้กระดาษ ที่หนาเกินไปจะทำให้กระดาษติดเครื่องพิมพ์ได้ • ควรกรีดกระดาษให้ด ี อย่าให้กระดาษติดกัน เพราะอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระดาษติดในตัวเครื่องพิมพ์ได้ • การใช้พิมพ์ Laser Printer พิมพ์ลงในแผ่นใส ก็ต้องเลือกใช้แผ่นใสที่ใช้ถ่ายเอกสารได้เท่านั้นหากใช่แผ่นใสแบบธรรดาซึ่งไม่สามารถทนความร้อนได้อาจจะหลอมละลายติดเครื่องพิมพ์ทำให้เกิดความเสียหาย

วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เทคนิคเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์


วันนี้เราจะดูวิธีการรักษาคอมพิวเตอร์กันนะครับสำหรั บบางคนที่เอาแต่เล่นอย่างเดียวโดยไม่สนใจห่วงใยดีแก่ คอมพิวเตอร์ของท่านเลย หรือ บางท่านไม่มีเวลาอย่าขี้เกียจ โปรดลบความคิดพวกนั้นทิ้งซะวันนี้เราจะดูวิธีการรักษ าที่ง่ายและสบายๆ กันครับ
1. Scan Disk รักษา Bad Sectorหลายคนอาจจะสงสัยหรืออาจจะคุ้นหรืออาจจะไม่รู้จักเจ้ าสแกนดิสก์เลยนะครับเราจะอธิบายกันก่อน Scan Diskก็คือตัวรักษาย่อยที่มีอยู่ทุกวินโดวตั้งแต่ Windows 95 มาจนถึง Windows Vista เลยนะครับซึ่งนับว่าเป็นความยาวนานของโปรแกรม Scan Disk ที่ฝังมาใน Windows ต่างๆ แต่ละเวอร์ชั่นเลยทีเดียว Scan Disk เป็นโปร-แกรมรักษาฮาร์ดดิสก์นะครับแก้ไขไฟล์ต่างๆ ที่เสียให้กลับมาดีได้เป็นบางไฟล์รักษา Bad Sector ของฮาร์ดดิสก์วิธีการรักษาทำได้ดังนี้1. เข้าไปที่ My Computer
2. คลิ๊กขวาที่ไดรว์ที่เราต้องการเลือกจะ Scan3. สังเกตุแถบด้านบนให้เลือกที่แถบ Tools4. จะพบว่ามีเมนูที่ชื่อว่า Check Now ... คลิ๊กเข้าไป5. จะมีคำสั่งให้ติ๊กถูกสองช่องคือ5.1 Scan รักษาไฟล์ที่เสียบางไฟล์ (ไม่สามารถใช้ได้กับไดรว์ที่ลง Windows)5.2 Scan รักษา Bad Sector ของฮาร์ดดิสก์เลือกแล้วก็กด Scan Now ... *หมายเหตุ : ไม่แนะนำให้ทำทั้งสองอย่างในการสแกนครั้งเดียว และ ตอนสแกนห้ามเปิดโปรแกรมใดๆ ทั้งสิ้น2. Defragment Harddiskหลายคนอาจจะงงว่าอะไรคือ Defragment Defragment คือการจัดเรียงข้อมูลที่ระเกะระกะของ Harddisk ที่กระจัดกระจายอย่างไม่เป็นระเบียบสามารถจัดให้เป็นระเบียบได ้วิธีนี้จะทำให้เครื่องของเราเร็วแรงขึ้นและรักษาอาย ุการใช้งานของฮาร์ดดิสก์ได้ จัดเรียงข้อมูลบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่า เอ้ย! เดี๋ยวมันอาจจะย้ายไฟล์สำคัญของเราก็ได้อย่าทำดีกว่าอย่าเข้าใจผิดนะครับมันจะไม่ย้ายไฟล์สำคัญของคุณแต่อ ย่างใดดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ได้เลย ...วิธีรักษาสามารถทำได้ดังนี้1. เข้าไปที่ My Computer2. Click ขวาที่ Drive ที่เราต้องการ Defragment3. สังเกตุด้านบนจะพบแถบ Tools คลิ๊กเข้าไป ...4. ดูบรรทัดที่สองจะเห็นเมนูที่ชื่อว่า Defragment Now ... คลิ๊กเข้าไป5. เลือกไดรว์ที่ต้องการทำแล้วกด Defragment6. รอจนการทำงานจะเสร็จสิ้น*หมายเหตุ : ไม่ควรเปิดโปรแกรมใดๆ ในระหว่างสแกนอย่าปิด หรือ Restart คอมฯ ระหว่างการสแกนมิฉะนั้นคอมฯ คุณอาจจะเสียได้
3. ลบขยะที่แสนจะไร้สาระรกเปล่า ๆ ออกไปขยะในคอมพิวเตอร์เรามิใช่หมายถึงไฟล์ที่คุณลบแล้วอยู ่ใน Recycle Bin อย่างเดียวไฟล์ขยะยังมาจากไฟล์ที่เป็นขยะบนฮาร์ดดิสก ์ดังนั้นเราควรจะลบมันออกไปซะวิธีการรักษาสามารถทำได้ดังนี้1. ไปที่เมนู Start ด้านล่าง Toolbar2. ไปที่ All programs ..3. Accessories ...4. System Tools ...5. แล้วคลิ๊กที่ Disk Cleanup6. เลือกไดรว์ที่ต้องการลบขยะ7. กด Ok 8. รอจนจบการลบ ...*หมายเหตุ : ไม่ควรใช้โปรแกรมที่มีการ Save งาน หรือ Internet Explorer
4. Scan Virus ให้สิ้นซากVirus เป็นโปรแกรมเล็กที่ชั่วร้ายสามารถเติบโตจนกลืนกิน Windows ทั้งหมดได้เลย Virus จึงพัฒนาตัวเองได้ตลอดเราจะไม่รู้เลยนะครับว่า Virus เข้ามายังไงส่วนใหญ่ไวรัสจะมาจาก Flash Drive , USB กล้องดิจิตอล , Card Readerอุปกรณ์ทุกชนิดมีการบันทึกข้อมูลนะครับทำให้เราต้องร ะวังเป็นพิเศษเวลาทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลวิธีการรักษา ให้เราไปหาโปรแกรมสแกนไวรัสที่เราคิดว่าไว้ใจได้มาสแกนมันซะแ ต่ที่ผมแนะนำจะมีอยู่ 2 โปรแกรมนะครับ1. NOD32 Antivirus2. Kaspersky Antivirusสองโปรแกรมนี้จะทำให้ Virus ของคุณหายไปได้ง่ายๆ เลยนะครับไม่ต้องเป็นห่วง + กับการป้องกันอย่างสุดยอดที่ไวรัสไม่กล้าเข้าใกล้เลยแม้แต่นิดเดียว
5. Spyware ออกไปซะเหอะหลังจากที่เราเอา virus ออกไปได้แล้วอีกตัวนึงที่เป็นญาติกับ Virus ซึ่งก็คือ "Spyware" Spyware เป็นโปรแกรมตัวนึงที่มีการทำงานคล้ายๆ ไวรัสแต่ไม่ได้ซะทั้งหมดสปายแวร์จะนำโปรแกรมที่น่ารำ คาญอย่างเช่น Banner โฆษณาโปรแกรมที่เด้งออกเวลาเราไม่ต้องใช้พวกนี้คือ Spyware วิธีกำจัดมันให้เราไปโหลด หรือ ซื้อโปรแกรมสแกน Spyware ยี่ห้อต่างๆ
ที่มาhttp://www.thaigaming.com/howto/26228.htm

มารู้จักบล็อกกันเถอะ


มารู้จักความหมาย ของประโยคคำถาม ที่มักจะมีคนถามผมบ่อย ๆ เวลาไปบรรยายตามที่ต่าง ๆ ว่า “Blog คืออะไร” กันดีกว่าครับ
Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก (Blog)
ความหมายของคำว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทำให้บล็อกเป็นที่นิยมก็
คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหาในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความ
ถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทำกันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น
WordPress, Movable Type เป็นต้น
ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจาก การเขียนเป็นงานอดิเรก ของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสำคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสำนักข่าวชั้นนำ จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog
ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสำนักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการให้ข้อมูล ตั้งแต่เรื่องการเมือง ไปจนกระทั่ง เรื่องราวของการประชุม ระดับชาติ
และจากเหตุการณ์เหล่านี้ นับได้ว่า Blog เป็นสื่อชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจาก วีดีโอ , สิ่งพิมพ์ , โทรทัศน์ หรือแม้กระทั่งวิทยุ เราสามารถเรียกได้ว่า Blog ได้เข้ามาเป็นสื่อชนิดใหม่ ที่สำคัญอย่างแท้จริง
สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบเนื้อหา เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัวออนไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ที่มา http://www.kang.com/